๑. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
๒. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก "ปัญญา" และ "ความกล้าหาญ"
๓."เพื่อนใหม่" คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน "เพื่อนเก่า"/ "มิตร" คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า
๔. อ่านหนังสือ ธรรมะ ปีละเล่ม
๕. ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
๖. พูดคำว่า "ขอบคุณ" ให้มากๆ
๗. รักษา "ความลับ" ให้เป็น
๘. ประเมินคุณค่าของการให้ "อภัย" ให้สูง
๙. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
๑๐.ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิและรู้แก่ใจว่าเป็นจริง
๑๑. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
๑๒. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนักคิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
๑๓. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
๑๔. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
๑๕. อย่าหยิ่งหากจะกลว่าวว่า "ขอโทษ"
๑๖. อย่าอายหากจะบอกใครว่า "ไม่รู้"
๑๗. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
๑๘. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป
๑๙. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวยเป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
๒๐. คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
๒๑. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อนคือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
๒๒.ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด
๒๓.จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
๒๔. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจใน สิ่งที่เราพูด
๒๕. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จ กับ ล้มเหลว
๒๖. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
๒๗. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
๒๘. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)
๒๙. ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้
๓๐. ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด
๓๑. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ
๓๒. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
๓๓. ดาวและเดือนที่อยู่สูงอยากได้ต้องปีน "บันไดสูง"
๒๔. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิตจงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
๓๕. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
๓๖. ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต
วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555
พระราชดำรัสของในหลวง - ข้อคิดในการใช้ชีวิต
๑. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
๒. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยให้เขาฟุ้งไปตามสบาย
๓. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาแบบแว่ว ๆ เท่านั้น
๔.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ริมทางเสียบ้าง
๕. จะคิดการใด จงคิดให้ใหญ่ ๆ เข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
๖. หัดทำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
๗. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
๘. เวลาเล่นเกมส์กับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด
๙. ใครจะวิจารณ์เราอย่างไรก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้
๑๐. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง" แต่อย่าให้ถึง "สาม"
๑๑. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ
๑๒. ทำตัวให้สบายอย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไร ๆ ก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
๑๓. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก
๑๔. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน
๑๕. คิดให้รอบคอบ ก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ
๑๖. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
๑๗. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้ว ตั้งแต่เรายังไม่เกิด
๑๘. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเพียงใด..... สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
๑๙. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
๒๐. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า "เป็นยังไงบ้างตอนนี้"
ก็บอกเขาไปเลยว่า "สบายมาก"
๒๑. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่า ๆ กับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์,
ไมเคิล แอนเจลโล, แม่ชีเทราซ่า, ลีโอนาร์โอ ดาวินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน, หรือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์
เขามีนั้นเอง
๒๒. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ
มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
๒๓. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตนเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
๒๔. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อคนอื่น
๒๕. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่ จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น
๒๖. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
๒๗. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด
๒๘. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว"
๒๙. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ
๒. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยให้เขาฟุ้งไปตามสบาย
๓. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาแบบแว่ว ๆ เท่านั้น
๔.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ริมทางเสียบ้าง
๕. จะคิดการใด จงคิดให้ใหญ่ ๆ เข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
๖. หัดทำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
๗. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
๘. เวลาเล่นเกมส์กับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด
๙. ใครจะวิจารณ์เราอย่างไรก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้
๑๐. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง" แต่อย่าให้ถึง "สาม"
๑๑. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ
๑๒. ทำตัวให้สบายอย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไร ๆ ก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
๑๓. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก
๑๔. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน
๑๕. คิดให้รอบคอบ ก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ
๑๖. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
๑๗. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้ว ตั้งแต่เรายังไม่เกิด
๑๘. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเพียงใด..... สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
๑๙. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
๒๐. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า "เป็นยังไงบ้างตอนนี้"
ก็บอกเขาไปเลยว่า "สบายมาก"
๒๑. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่า ๆ กับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์,
ไมเคิล แอนเจลโล, แม่ชีเทราซ่า, ลีโอนาร์โอ ดาวินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน, หรือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์
เขามีนั้นเอง
๒๒. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ
มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
๒๓. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตนเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
๒๔. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อคนอื่น
๒๕. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่ จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น
๒๖. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
๒๗. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด
๒๘. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว"
๒๙. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ
พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
ถ้าคุณโกรธใครขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์
จงทำด้วยตัวเอง
บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่
และถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป
บางทีคนๆ นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน
และถ้าคุณไม่บอกเค้า บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย
ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน
ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้
และถ้าคุณไม่ได้ทำ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว
จงบอกเค้าวันนี้ บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน
ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง
บอกเค้าสิ บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก
และถ้าคุณไม่ทำวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย
เพราะเค้าเองก็อาจจะกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน
ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ
ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้
หากท่านจากไปวันนี้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว...
จงทำด้วยตัวเอง
บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่
และถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป
บางทีคนๆ นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน
และถ้าคุณไม่บอกเค้า บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย
ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน
ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้
และถ้าคุณไม่ได้ทำ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว
จงบอกเค้าวันนี้ บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน
ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง
บอกเค้าสิ บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก
และถ้าคุณไม่ทำวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย
เพราะเค้าเองก็อาจจะกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน
ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ
ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้
หากท่านจากไปวันนี้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว...
หน้าที่ของธาตุแต่ละชนิดต่อร่างกาย
ธาตุชนิดใด มีความสำคัญต่อเราอย่างไรบ้างรู้ไว้เป็นเกร็ดความรู้รอบตัว
แคลเซียม – องค์ประกอบในกระดูก และฟัน,? ช่วยในการตื่นตัวของกล้ามเนื้อและระบบประสาท, ช่วยให้เลือดแข็งตัว
ฟอสฟอรัส – องค์ประกอบในกระดูกและฟัน, ส่วนประกอบของ สารพลังงานต่างๆในร่างกายเช่น ATP? NADP, ส่วนประกอบของ RNA, รักษาสมดุลกรด-เบส ในร่างกาย
เหล็ก – ฮีมในฮีโมโกลบิน(ในเม็ดเลือดแดง)ประกอบด้วยเหล็ก, ตัวร่วมของเอนไซม์ ไซโทโครม ออกซิเดส
แมกนีเซียม – ส่วนประกอบของกระดูกและฟัน, กระตุ้นเอนไซม์ในกระบวนการเมทาบอลิซึม, รักษาสมดุลของเหลวภายนอกเซลล์
โซเดียม – ช่วยในการตื่นตัวของประสาท และกล้ามเนื้อ, คุมสมดุลกรดเบส
โพแทสเซียม – ร่วมกับแคลเซียมคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ, คุมสมดุลออสโมติก
ไอโอดีน – ส่วนประกอบของฮอร์โมนไทรอกซิน
กำมะถัน – กรดอะมิโน เส้นผม กระดูกอ่อน และเล็บประกอบ รวมทั้งโปรตีนอีกหลายชนิดประกอบด้วยกำมะถัน
ฟลูออไรด์ – สารเคลือบฟัน ปกป้องจากฟันผุ, กระดูกแข็งแรง, ดูดซึมธาตุเหล็ก
แคลเซียม – องค์ประกอบในกระดูก และฟัน,? ช่วยในการตื่นตัวของกล้ามเนื้อและระบบประสาท, ช่วยให้เลือดแข็งตัว
ฟอสฟอรัส – องค์ประกอบในกระดูกและฟัน, ส่วนประกอบของ สารพลังงานต่างๆในร่างกายเช่น ATP? NADP, ส่วนประกอบของ RNA, รักษาสมดุลกรด-เบส ในร่างกาย
เหล็ก – ฮีมในฮีโมโกลบิน(ในเม็ดเลือดแดง)ประกอบด้วยเหล็ก, ตัวร่วมของเอนไซม์ ไซโทโครม ออกซิเดส
แมกนีเซียม – ส่วนประกอบของกระดูกและฟัน, กระตุ้นเอนไซม์ในกระบวนการเมทาบอลิซึม, รักษาสมดุลของเหลวภายนอกเซลล์
โซเดียม – ช่วยในการตื่นตัวของประสาท และกล้ามเนื้อ, คุมสมดุลกรดเบส
โพแทสเซียม – ร่วมกับแคลเซียมคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ, คุมสมดุลออสโมติก
ไอโอดีน – ส่วนประกอบของฮอร์โมนไทรอกซิน
กำมะถัน – กรดอะมิโน เส้นผม กระดูกอ่อน และเล็บประกอบ รวมทั้งโปรตีนอีกหลายชนิดประกอบด้วยกำมะถัน
ฟลูออไรด์ – สารเคลือบฟัน ปกป้องจากฟันผุ, กระดูกแข็งแรง, ดูดซึมธาตุเหล็ก
วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555
ผู้ชนะและผู้แพ้ - Winner vs. Loser
ผู้ชนะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้
The winner is always a part of the answer.
แต่ผู้แพ้เป็นเงื่อนหนึ่งของปัญหา
The loser is always a part of the problem.
ผู้ชนะเสนอสิ่งใหม่ให้ทุกครา
The winner always has a program.
แต่ผู้แพ้สรรหา.."คำแก้ตัว"
The loser always has an excuse.
ผู้ชนะมักบอก "ขอฉันช่วย"
The winner says let me do it for you.
ผู้แพ้ไม่เอาด้วยเรื่องปวดหัว
The loser says that's not my job.
ผู้ชนะเห็นทางออก...แม้มืดมัว
The winner sees an answer for problems.
ผู้แพ้เฝ้าแต่กลัว...เจอทางตัน
The loser sees a problem in every answer.
ผู้ชนะรอโอกาสทอง...แม้ต้องยุ่ง
The winner sees a green near every sandtrap.
ผู้แพ้มุ่งเห็นแต่ร้าย ที่หมายนั่น
The loser sees 2 or 3 sandtraps near every green.
ผู้ชนะว่าทำได้...ต้องฝ่าฟัน
The winner says it may be difficult, but it's possible.
ผู้แพ้บอกเลิกฝัน...มันยากไป
The loser says it may be possible, but it's too difficult
The winner is always a part of the answer.
แต่ผู้แพ้เป็นเงื่อนหนึ่งของปัญหา
The loser is always a part of the problem.
ผู้ชนะเสนอสิ่งใหม่ให้ทุกครา
The winner always has a program.
แต่ผู้แพ้สรรหา.."คำแก้ตัว"
The loser always has an excuse.
ผู้ชนะมักบอก "ขอฉันช่วย"
The winner says let me do it for you.
ผู้แพ้ไม่เอาด้วยเรื่องปวดหัว
The loser says that's not my job.
ผู้ชนะเห็นทางออก...แม้มืดมัว
The winner sees an answer for problems.
ผู้แพ้เฝ้าแต่กลัว...เจอทางตัน
The loser sees a problem in every answer.
ผู้ชนะรอโอกาสทอง...แม้ต้องยุ่ง
The winner sees a green near every sandtrap.
ผู้แพ้มุ่งเห็นแต่ร้าย ที่หมายนั่น
The loser sees 2 or 3 sandtraps near every green.
ผู้ชนะว่าทำได้...ต้องฝ่าฟัน
The winner says it may be difficult, but it's possible.
ผู้แพ้บอกเลิกฝัน...มันยากไป
The loser says it may be possible, but it's too difficult
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)